LIVE STOCK RADAR · คำนวณสด ~163 บริษัท 🔥 คนส่วนใหญ่เริ่มที่นี่ — กดเปิดหน้าจัดอันดับหุ้นได้ทันที

ดูตารางจัดอันดับหุ้น Real-Time บนเว็บได้เลย

หน้านี้สรุปวิธีคิดเบื้องหลังโมเดลให้เข้าใจง่าย ส่วนตารางจัดอันดับหุ้นสด (~163 ตัว) แยกไปอยู่อีกหน้าเพื่อให้ดูคะแนน กรอบราคา Bear / Base / Bull และแนวรับ 200DMA ได้คล่องตัว ไม่ปนกับบทความยาว

📐 Stock Radar · วิธีคิดเบื้องหลังตัวเลข

โมเดลให้คะแนนหุ้น

ก่อนจะดูตัวเลขในสเปรดชีต ควรรู้ก่อนว่ามันคิดมายังไง — เพราะคำถามที่ควรถามกับ 💰 บริษัทที่มีกำไรแล้ว กับ 🚀 บริษัทที่ยังขาดทุน เป็นคนละคำถาม การใช้ไม้บรรทัดเดียวกันวัดทั้งสองแบบ คือวิธีที่แน่นอนที่สุดที่จะได้คำตอบผิด

40%💰 สุขภาพงบ
Financial Score แยกไม้บรรทัด มีกำไรแล้ว vs ยังขาดทุน (งบ 12 เดือนล่าสุด TTM)
35%🎯 มูลค่าเทียบโมเดล
Valuation Score เทียบราคากับกรอบ Bear / Base / Bull (80% ส่วนลดมูลค่า + 20% R/R) พร้อมเทียบเป้านักวิเคราะห์
25%📈 จังหวะกราฟ
Technical Score แนวโน้ม 50/200DMA & โมเมนตัม + ดึงแนวรับ 200DMA / ต้าน 52W มาเติมกรอบราคาชั้นที่ 2

01 🧩 แนวคิดหลักในการคัดแยก

จำแนกชนิดบริษัทก่อน แล้วค่อยเลือกวิธี

ถ้าเอาสูตรที่วัด “อัตรากำไร” ไปใช้กับบริษัทที่ ยังขาดทุน มันจะได้ 0 ทุกช่องตลอดกาล และแยกไม่ออกเลยว่าตัวไหนกำลังดีขึ้น ตัวไหนกำลังจะหมดเงิน

โมเดลนี้จึงแบ่งบริษัทเป็น 6 ชนิดบริษัท ก่อน โดยคำนวณจากงบจริงอัตโนมัติ ไม่ใช่ให้ใครมานั่งตัดสิน แล้วแต่ละชนิดใช้ชุดตัววัดและวิธีประเมินมูลค่าของตัวเอง

COMPOUNDER🏆 เพดาน 100
กำไรโตต่อเนื่อง

มีกำไรจากการดำเนินงาน · งบลงทุนไม่กินเงินสดเกินตัว · รายได้โต ≥ 3%

📐 ประเมินด้วย DCF กระแสเงินสดอิสระตรงๆ
HEAVY_INVESTOR🏆 เพดาน 100
กำไรดีแต่ลงทุนหนัก

มีกำไรดี แต่ FCF−SBC ต่ำกว่า Operating Margin เกิน 15 จุด เพราะทุ่ม CapEx

📐 ให้ CapEx ค่อยๆ ไหลกลับสู่ค่ากลางปกติของบริษัทเอง
MATURE🏆 เพดาน 100
โตช้า / อิ่มตัว

มีกำไรและกระแสเงินสดเป็นบวก แต่รายได้ 12 เดือนล่าสุดโตต่ำกว่า 3%

📐 เน้นความสม่ำเสมอของเงินสดและผลตอบแทนต่อราคา
PRE_PROFIT_SCALING🔒 เพดาน 75
ยังขาดทุน แต่ขยายตัว

ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน แต่รายได้โต ≥ 15% และ Gross Margin ≥ 20% ไม่ทรุด

📐 คิดเส้นทางสู่กำไร 8 ปี + หักจำนวนหุ้นที่เจือจางในอนาคต
PRE_PROFIT_STRUGGLING🔒 เพดาน 75
ขาดทุนและยังไม่พิสูจน์

ยังขาดทุน และการเติบโตหรืออัตรากำไรขั้นต้นยังไม่ผ่านเกณฑ์หน่วยเศรษฐกิจ

📐 ฉากทัศน์แคบลงและหักคะแนนความน่าจะรอดเข้มงวด
PRE_REVENUE⛔ ไม่ให้คะแนน
ยังแทบไม่มีรายได้

รายได้ 12 เดือนล่าสุดต่ำกว่า 50 ล้านดอลลาร์ (ยังไม่มีฐานงบให้คิดลด)

⛔ ปฏิเสธการประเมินมูลค่าอัตโนมัติ
🌳 ดูแผนผังเงื่อนไขการคัดแยก (Decision Tree เต็ม)
รายได้ 12 เดือนล่าสุด < 50 ล้านดอลลาร์ ? ├─ ใช่ ──────────────────────→ 🧪 PRE_REVENUE ปฏิเสธ ไม่ประเมิน └─ ไม่ใช่ กำไรจากการดำเนินงาน < 0 ? ├─ ใช่ ─ โต ≥15% และ gross margin ≥20% และไม่ทรุด ? │ ├─ ใช่ ────────→ ⚡ PRE_PROFIT_SCALING หน่วยเศรษฐกิจทำงานแล้ว │ └─ ไม่ใช่ ─────→ ⚠️ PRE_PROFIT_STRUGGLING ยังพิสูจน์ไม่ได้ └─ ไม่ใช่ FCF−SBC margin ต่ำกว่า op margin เกิน 15 จุด ? ├─ ใช่ ───────────→ 🏗️ HEAVY_INVESTOR งบลงทุนกินเงินสดอยู่ └─ ไม่ใช่ ─ รายได้โต < 3% ? ├─ ใช่ → 🛡️ MATURE โตช้า / อิ่มตัว └─ ไม่ → 🚀 COMPOUNDER กำไรโตต่อเนื่อง
⏱️ ทุกอย่างคิดบน 12 เดือนล่าสุด (TTM) ไม่ใช่งบรายปี — งบปีมองไม่เห็นการเลี้ยว ถ้าดูแต่งบปี META จะดูเหมือนบริษัทที่อัตรากำไร 41% ทั้งที่ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 31% แล้ว
⚠️ คะแนนข้ามชนิดเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ — คะแนน 70 ของบริษัทที่ ยังขาดทุน ไม่เท่ากับ 70 ของบริษัทที่ ทำเงินได้แล้ว กลุ่มขาดทุนจึงถูกจำกัด เพดานคะแนนที่ 75 และการจัดอันดับที่มีความหมายคือจัดภายในชนิดเดียวกัน

02 💰 คะแนนสุขภาพการเงิน (40% ของคะแนนรวม)

สองชุดตัววัด สำหรับสองคำถาม

💰 บริษัทที่มีกำไรแล้ว

🏆 เต็ม 100 คะแนน

ถามว่า “กำไรนี้ยั่งยืนไหม”

  • 💵 กระแสเงินสดอิสระหลังหักค่าหุ้นพนักงาน (FCF − SBC)25 คะแนน
  • 📈 การเติบโตของรายได้ (Revenue Growth)20 คะแนน
  • ⚙️ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin)20 คะแนน
  • 🧭 ทิศทางอัตรากำไร (Margin Trajectory)15 คะแนน
  • 🧱 อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)10 คะแนน
  • 💎 ผลตอบแทนกระแสเงินสดต่อราคา (FCF Yield)10 คะแนน

🚀 บริษัทที่ยังขาดทุน

🔒 เพดาน 75 คะแนน

ถามว่า “จะมีกำไรไหม และจะอยู่รอดถึงตอนนั้นไหม”

  • 🧱 อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)25 คะแนน
  • 📈 การเติบโตของรายได้ (Revenue Growth)20 คะแนน
  • 📉 ขาดทุนแคบลงไหม (Loss Narrowing)20 คะแนน
  • 🧭 เทรนด์ของกำไรขั้นต้น (Gross Margin Trend)15 คะแนน
  • ⏳ เงินสดพอใช้กี่ปี (Cash Runway)10 คะแนน
  • 💧 หุ้นเพิ่มกี่ % ต่อปี (Share Dilution)10 คะแนน
🛡️ สองตัวล่างของฝั่งขวา (⏳ เงินสดพอใช้กี่ปี & 💧 หุ้นเพิ่มกี่ % ต่อปี) คือตัวกันไม่ให้โดนเรื่องเล่าหลอก — บริษัทที่โต 40% แต่เหลือเงินใช้อีกปีเดียว และพิมพ์หุ้นเพิ่มปีละ 20% ไม่ใช่โอกาส มันคือ การนับถอยหลัง ตัวเลขการเติบโตอย่างเดียวบอกเรื่องนี้ไม่ได้
🚫 ไม่มีกำไรสุทธิ ไม่มี EPS ไม่มี P/E อยู่ในสูตรเลย — ไตรมาส 3 ปี 2025 กำไรสุทธิของ META เหลือ 2.71 พันล้าน จากภาษีก้อนเดียว 18.95 พันล้าน ทั้งที่กำไรจากการดำเนินงาน 20.54 พันล้านปกติดี แล้วไตรมาสถัดมาได้เครดิตภาษีบิดกลับทาง สองไตรมาสติดที่ตัวเลขพวกนี้ใช้ดูแนวโน้มไม่ได้เลย

03 🎯 ประเมินมูลค่า (35% ของคะแนนรวม)

Bear / Base / Bull มาจากไหน

ทุกสมมติฐาน ต้องเป็นฟังก์ชันของข้อมูลบริษัทนั้นเอง ถ้าต้องมานั่งเลือกตัวเลขทีละตัว มันก็ไม่ใช่ระบบ มันคือความเห็นส่วนตัวที่แต่งตัวเป็นตัวเลข

🐻 Bear Case · ฉากทัศน์ระวัง กรณีการเติบโตชะลอเร็วกว่าปกติ งบลงทุนค้างสูง หรืออัตรากำไรปลายทางทำได้ต่ำกว่าค่ากลาง
🎯 Base Case · มูลค่ากลางจากงบจริง คำนวณจาก มัธยฐาน 3 ปี + ล่าสุด ของบริษัทนั้นเอง ใช้เทียบกับราคาตลาดเพื่อดู Upside / Downside
🐂 Bull Case · ฉากทัศน์เปิดกว้าง กรณีรักษาการเติบโตได้ดีและโครงสร้างต้นทุนขยายตัวตาม Operating Leverage เต็มศักยภาพ
🧩 ชนิดบริษัท📐 วิธีประเมินหลัก🔍 อินพุตหลัก มาจากไหน
💰 มีกำไรแล้วคิดลดกระแสเงินสด (DCF)
r 10% · terminal 3%
งบลงทุนไหลกลับสู่ ค่ากลางของบริษัทเองก่อนช่วงลงทุนหนัก · อัตรากำไรเงินสดใช้ มัธยฐาน 3 ปี + ล่าสุด · การเติบโตเริ่มจากของจริงแล้วค่อยๆ ลดลง
🚀 ยังขาดทุนเส้นทางสู่กำไร 8 ปี
มองไปข้างหน้า 8 ปี
อัตรากำไรตอนโตเต็มที่ ผูกกับกำไรขั้นต้นของตัวเอง (ห้ามเกิน) · ความน่าจะรอดคำนวณจากเงินสดที่เหลือและอัตราการเจือจาง · หารด้วยจำนวนหุ้นในอนาคตที่เจือจางแล้ว
💧 กับดักอันดับหนึ่งของหุ้นเรื่องเล่า — บริษัทที่ยังเผาเงินต้องหาเงินมาจากที่ไหนสักแห่ง และเกือบทั้งหมดคือ การออกหุ้นเพิ่ม (Dilution) การเอาจำนวนหุ้นวันนี้ไปหารมูลค่าในอนาคต เท่ากับสมมติว่าเงินก้อนนั้นเสกขึ้นมาฟรี โมเดลนี้จึงหารด้วยจำนวนหุ้นที่เจือจางไปแล้วตามอัตราจริงของบริษัท

ส่วน 🐻 Bear กับ 🐂 Bull ไม่ได้เดาแยก แต่เป็น ตัวคูณคงที่ชุดเดียวใช้กับทุกหุ้น — ฝั่งมีกำไรปรับการเติบโตกับงบลงทุน ฝั่ง ยังขาดทุน ปรับการเติบโต อัตรากำไรปลายทาง และความน่าจะรอด

04 🛡️ กับดักที่โมเดลต้องกัน

เรื่องที่เจอจริงตอนสร้าง

🪤 กับดักงบการเงิน⚠️ เกิดอะไรขึ้นถ้าไม่กัน🛡️ โมเดลนี้กันยังไง
🎢 หุ้นวัฏจักร เอาอัตรากำไรของ 12 เดือนล่าสุดไปต่ออีก 10 ปีบวกตลอดกาล หัวกระดานเลยกลายเป็นโรงกลั่นทั้งแถบ — ตัวหนึ่งขาดทุนสองปีเต็มล่าสุด แต่ 12 เดือนล่าสุดเพิ่งเด้ง เครื่องเอาการเด้งนั้นไปคูณตลอดกาล ใช้ มัธยฐาน 3 ปี + ล่าสุด ตัดปีที่โดดออกได้ทั้งขาขึ้นขาลง แต่ยังไม่ลงโทษบริษัทที่ดีขึ้นจริง
🏷️ แท็กงบที่บริษัทเลิกใช้ บริษัทหนึ่งเปลี่ยนวิธีติดแท็กรายได้ตั้งแต่ปี 2022 ถ้าหยิบแท็กแรกที่มีข้อมูล จะได้งบเก่า 4 ปีมาให้คะแนนในปี 2026 เลือก แท็กที่งวดใหม่ที่สุดเสมอ ไม่ใช่แท็กแรกที่เจอ
🌍 หุ้นต่างประเทศ (ADR) จำนวนหุ้นในงบเป็นหุ้นสามัญ แต่ราคาที่ซื้อขายเป็นต่อ ADS และอัตราส่วนไม่มีระบุไว้ที่ไหนเลย ตัวหนึ่งออกมา 9 ดอลลาร์ต่อหุ้น ทั้งที่ราคาจริงหลักร้อย ปฏิเสธการให้มูลค่าต่อหุ้น ทั้งหมด จนกว่าจะใส่อัตราส่วนเอง
🫧 การเจือจางจากการควบรวม บริษัทที่เข้าตลาดผ่าน SPAC มีจำนวนหุ้นกระโดดจาก 75 ล้านเป็น 466 ล้านในสองปี คิดค่าเฉลี่ยทั้งประวัติจะได้ 47%/ปี ทั้งที่ของจริงตอนนี้ 4.4% คิดเฉพาะ 3 ปีล่าสุด ก้าวข้ามการเปลี่ยนโครงสร้างตอนเข้าตลาด
🧪 บริษัทที่ยังแทบไม่มีรายได้ รายได้ปัดเศษเป็นศูนย์ แต่ยังคำนวณอัตรากำไรออกมาได้ 33% ซึ่งเป็นเศษของการหาร ไม่ใช่อัตรากำไร รายได้ต่ำกว่า 50 ล้านดอลลาร์ ไม่ให้คะแนนและไม่ประเมิน
🔍 สิ่งที่โมเดลทำเองไม่ได้ และต้องพูดให้ชัด — งบที่ยื่นไม่มีแท็กมาตรฐานสำหรับ “รายการครั้งเดียว” เครื่องจึงถอดค่าใช้จ่ายคดีหรือค่าชดเชยพนักงานออกเองไม่ได้ กรณี META ไตรมาส 2 ปี 2026 มีรายการแบบนี้ 3.58 พันล้าน ที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานดูเหมือนลดลง 8.2% ทั้งที่ถอดออกแล้วเป็นบวก 9.3% สิ่งที่เครื่องทำได้คือ ติดธงเตือนให้ไปเปิดอ่านเอกสารแนบงบ (8-K)

05 🔬 ตัวอย่างจริง

สองชนิด สองวิธี (META vs RKLB)

META

🏗️ HEAVY_INVESTOR

💰 มีกำไรชัดเจน แต่งบลงทุน AI Data Center กำลังกินเงินสดที่ธุรกิจหามาได้เกือบหมด

  • 📈 รายได้โต (Revenue Growth)🟢 ยังเร่งตัวแรง
    +27.7%
  • ⚙️ อัตรากำไรดำเนินงาน (Operating Margin)🟢 สูงมาก
    38.1%
  • 💵 กระแสเงินสดหลังหักค่าหุ้น (FCF − SBC)🟡 เหลือน้อยกว่าที่คิดเพราะทุ่มงบ CapEx
    5.6%
  • 🧭 ทิศทางอัตรากำไร (Margin Trajectory)🔴 ไตรมาสล่าสุดต่ำกว่างบปี
    −10.6 จุด
  • 🏗️ งบลงทุนต่อรายได้ (CapEx / Revenue)📐 ค่ากลางก่อนลงทุนหนักคือ 23.8%
    40.5%
🔍 ราคาวันนี้กำลังคิดว่า: รายได้จะไปถึงราว 578 พันล้านดอลลาร์ คือ 2.5 เท่าของวันนี้ โดยที่งบลงทุนกลับลงมาอยู่ที่ 24% ของรายได้

RKLB

⚡ PRE_PROFIT_SCALING

🚀 ยังขาดทุน แต่กำไรขั้นต้นเป็นบวกและกำลังขยาย แปลว่า หน่วยเศรษฐกิจทำงานแล้ว

  • 📈 รายได้โต (Revenue Growth)🟢 ตลาดรับของจริง
    +52.5%
  • 🧱 อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin)🟢 ขายยิ่งมากยิ่งได้กำไรขั้นต้น
    37.3%
  • ⚙️ อัตรากำไรดำเนินงาน (Operating Margin)🟡 ยังขาดทุน แต่แคบลงเรื่อยๆ
    −29.1%
  • ⏳ เงินสดพอใช้ (Cash Runway)🟢 ไม่ได้ถูกบีบให้รีบหาเงินเพิ่ม
    5.3 ปี
  • 💧 หุ้นเพิ่มต่อปี (Share Dilution)🟢 ไม่ได้พิมพ์หุ้นหนักอย่างที่กลัว
    +4.4%
🔍 ราคาวันนี้กำลังคิดว่า: อีก 8 ปี รายได้จะไปถึง 36.8 พันล้านดอลลาร์ คือ 48 เท่าของวันนี้ ต้องโต 62% ทุกปีติดต่อกัน ที่อัตรากำไร 24% และต้องไปถึงแน่นอน
💡 ตัวเลข “ราคาวันนี้กำลังคิดว่า” (Reverse DCF) คือส่วนที่ใช้ตัดสินใจได้จริงที่สุด — แทนที่จะเถียงกันว่าโมเดลใครถูก มันเปลี่ยนคำถามเป็น “คุณเชื่อข้อนี้ไหม” ซึ่งตอบได้ด้วยความรู้เรื่องอุตสาหกรรม ไม่ต้องเชื่อสูตรของใคร

06 📊 อ่านชีตยังไงให้ไม่หลง

สามช่องที่คนอ่านผิดกันบ่อยที่สุด

💎 1. ช่อง “มูลค่า” ไม่ใช่คะแนนความดีของบริษัท (50 = ราคาเท่ามูลค่าพอดี)

ช่องคะแนนอื่นอ่านตรงไปตรงมา ยิ่งสูงยิ่งดี แต่ช่องมูลค่าเป็นไม้บรรทัดคนละอัน 50 คือจุดที่มูลค่าตามโมเดล (Base) เท่ากับราคาตลาดพอดี ไม่ใช่ “สอบผ่านเฉียดฉิว” · ทุกครั้งที่ Base สูงกว่าราคาเป็น 2 เท่า คะแนนเพิ่ม 50 · ถ้าความเชื่อมั่นของโมเดลต่ำ ส่วนที่เกิน 50 จะถูกหักลง

🎛️ ลองกดดูตัวอย่าง: ถ้าราคาตลาดเทียบกับมูลค่า Base Case เป็นแบบนี้ จะได้กี่คะแนน?
👉 ราคาตลาดเท่ากับมูลค่าตามโมเดลพอดี (ไม่ถูกไม่แพง) 50 คะแนน · 🟡 เหลือง (เท่า Base)
63 ขึ้นไป🟢 เขียวเข้มBase สูงกว่าราคา 20% ขึ้นไป
56 – 62.9🟢 เขียวอ่อนBase สูงกว่าราคา 8–20%
44 – 55.9🟡 เหลือง (50 = เท่าพอดี)ห่างจาก Base ไม่เกิน 8%
34 – 43.9🟠 ส้มราคาแพงกว่า Base 8–20%
ต่ำกว่า 34🔴 แดงราคาแพงกว่า Base เกิน 20%
💡 สีแดงในช่องนี้ไม่ได้แปลว่าบริษัทแย่ แปลว่าราคาแพงเมื่อเทียบกับฐานงบปัจจุบัน — บริษัทที่คะแนนการเงิน 89 คะแนน แต่ช่องมูลค่า 40 คะแนน คือของดีที่ราคาไม่ถูก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับของไม่ดี

ช่วงห่างระหว่างขั้นไม่เท่ากันเพราะเป็น สเกลลอการิทึม (Log Scale) ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น เพราะสเกลเส้นตรงจะยัดหุ้นที่ถูกกว่ามูลค่า 2 เท่าขึ้นไปทั้งหมดไว้ที่ 100 เหมือนกันหมด แล้วช่องนี้ก็เรียงลำดับอะไรไม่ได้เลย

🎯 2. ช่อง “เชื่อมูลค่านี้ได้แค่ไหน” เป็นคะแนนที่ระบบให้ตัวมันเอง

ไม่ใช่คะแนนของบริษัท แต่เป็นการบอกว่า ระบบมั่นใจกับกรอบมูลค่าที่ตัวเองเพิ่งคำนวณแค่ไหน และมันหักคะแนนตัวเองเมื่อเจอสิ่งเหล่านี้

🔍 เจออะไรในงบหักความมั่นใจ💡 ทำไมถึงต้องหัก
🏦 เป็นธุรกิจที่ถือเงินของลูกค้า−45เงินสดที่ไหลผ่านงบไม่ใช่ของผู้ถือหุ้น เอามาคิดลดเป็นมูลค่าไม่ได้
⚠️ ยังขาดทุนและยังพิสูจน์ไม่ได้−35ต้องเดาว่ากำไรจะมาเมื่อไหร่ ซึ่งเป็นการเดาล้วนๆ
⚡ ยังขาดทุนแต่ขยายตัว−30หน่วยเศรษฐกิจเริ่มเวิร์ก แต่กำไรยังไม่เกิดจริง
🐢 โตช้าแล้ว−15มูลค่าขึ้นกับสมมติฐานปลายทางมากกว่าการเติบโต
📅 ไม่มีงบรายไตรมาส−15ตัวเลข 12 เดือนล่าสุดสร้างไม่ได้ ต้องใช้งบปีซึ่งมองไม่เห็นการเลี้ยว
📄 มีรายการที่ต้องเปิด 8-K อ่านก่อน−8รายการครั้งเดียวไม่มีแท็กมาตรฐาน เครื่องแยกเองไม่ได้
🎢 กำไรแกว่งตามวัฏจักร−5ตัวเลขล่าสุดอาจเป็นยอดของรอบ ไม่ใช่ระดับปกติ
🔒 เพดานความมั่นใจอยู่ที่ 90 ไม่มีตัวไหนได้ 100 — เพราะมูลค่าเกินครึ่งของทุกโมเดลอยู่หลังปีที่ 10 และอัตราคิดลดเป็นธรรมเนียม ไม่ใช่สิ่งที่วัดมาได้ คะแนนเต็มจะเป็นการอ้างความแม่นยำที่วิธีนี้ไม่มี

🗂️ 3. ช่อง “ชนิดบริษัท” บอกว่ามันใช้กติกาชุดไหนกับตัวนี้

ในชีตเขียนเป็นภาษาไทย ส่วนในหน้านี้กับในโค้ดใช้ชื่ออังกฤษ เป็นกลุ่มเดียวกัน

🏷️ ชื่อในชีต💻 รหัสในโมเดล📐 ประเมินมูลค่ายังไง
🚀 กำไรโตต่อเนื่องCOMPOUNDERคิดลดกระแสเงินสดอิสระตรงๆ
🏗️ กำไรดีแต่ลงทุนหนักHEAVY_INVESTORดูกำไรจากการดำเนินงานเป็นหลัก เพราะงบลงทุนกินเงินสดอยู่
🛡️ โตช้า/อิ่มตัวMATUREเน้นความสม่ำเสมอมากกว่าการเติบโต
⚡ ยังขาดทุน แต่ขยายตัวPRE_PROFIT_SCALINGคิดเส้นทางสู่กำไร 8–10 ปี พร้อมหัก Dilution
⚠️ ขาดทุนและยังไม่พิสูจน์PRE_PROFIT_STRUGGLINGเหมือนข้างบนแต่ฉากทัศน์แคบกว่า ยังไม่ได้สิทธิ์ให้เชื่อด้านบวก
🧪 ยังแทบไม่มีรายได้PRE_REVENUEไม่ประเมิน ยังไม่มีอะไรให้คิดลด
❓ ข้อมูลไม่พอINSUFFICIENTงบไม่ครบพอจะจัดกลุ่ม

07 🚧 ช่องว่างในตาราง

ทำไมหุ้นเกือบครึ่งไม่มีตัวเลขมูลค่า

จากหุ้นที่ระบบดูอยู่ 162 ตัว มีมูลค่าออกมาแค่ 91 ตัว ที่เหลือระบบ ปฏิเสธที่จะให้ตัวเลข ซึ่งไม่เหมือนกับ “ยังไม่ได้ทำ”

🟢 91 ตัว (56.2%) · คำนวณกรอบมูลค่า Bear / Base / Bull ได้ครบ 🛡️ 71 ตัว (43.8%) · ระบบปฏิเสธไม่เดาตัวเลข (เว้นว่างอย่างตั้งใจ)
🛑 ปฏิเสธเพราะจำนวนหุ้น🔧 แก้ได้ไหม
🌍 ยื่นงบแบบบริษัทต่างชาติ จึงไม่มีงบรายไตรมาส22ไม่ได้ ข้อมูลไม่มีอยู่จริง
📄 ตัวเลขมีรายการที่ต้องเปิด 8-K อ่านก่อน14ได้ ติดธงให้คนอ่าน ไม่ใช่ประเมินไม่ได้
🎢 กระแสเงินสดแกว่งแรงตามวัฏจักร7ได้ ต้องเลือกฐานที่ไม่ใช่ยอดของรอบ
⚖️ กำไรจากการดำเนินงานห่างจากกระแสเงินสดเกิน 20 จุด5ได้ ต้องเช็กว่าเป็นรายการครั้งเดียวหรือเปล่า
🛑 ฉากแย่ที่สุดออกมาติดลบ หรือมูลค่าห่างราคาเกิน 10 เท่า6ไม่ต้องแก้ ประตูทำงานถูกแล้ว
🔭 มูลค่าเกิน 65% มาจากการเดาอนาคตหลังปีที่ 103ไม่ต้องแก้ ตัวเลขแบบนั้นไม่ควรเชื่อ
🧪 ยังแทบไม่มีรายได้ หรืองบไม่ครบ~14รอจนมีงบพอ
✅ ช่องว่างในชีตแปลว่า “ยังไม่ควรเชื่อ” ไม่ได้แปลว่า “ยังไม่ได้ทำ” — ระบบยอมเว้นว่างมากกว่าจะเดา เพราะตัวเลขที่ผิดแต่ดูน่าเชื่อ อันตรายกว่าช่องว่างที่เห็นชัดว่าว่าง

08 ⚠️ ขอบเขตการใช้งาน

สิ่งที่โมเดลนี้ไม่ใช่

  • ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — เป็นบันทึกวิธีคิดของผมเอง เผยแพร่ไว้เพื่อให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพื่อให้ใครทำตาม
  • มูลค่าปลายทางกินสัดส่วนเกิน 60% ของทุกโมเดล — แปลว่าส่วนใหญ่ของตัวเลขคือการประมาณการณ์หลังปีที่ 10 ไม่ใช่การคำนวณ 10 ปีข้างหน้า ผมจึงแสดงสัดส่วนนี้ทุกครั้ง
  • ถ้าช่วง Bear ถึง Bull กว้างเกิน 3 เท่า แปลว่าโมเดลแยกไม่ออก — ค่ากลางตัวเดียวในสถานการณ์แบบนั้นไม่ควรถูกอ่านเป็นคำตอบ
  • เป็นตัวคัดกรอง ไม่ใช่ตัวตัดสิน — ค่าที่เชื่อได้ที่สุดคือ ชนิดบริษัท กับตัวเลข “ราคาวันนี้กำลังคิดว่า” เพราะทั้งสองอย่างเป็นข้อเท็จจริงกับพีชคณิต ส่วนมูลค่าเป้าหมายเป็นการประมาณการณ์
  • โมเดลที่ทำมือทับเครื่องเสมอ — หุ้นที่ผมนั่งทำโมเดลเองจะใช้ตัวเลขของผม เครื่องมีหน้าที่เติมช่องว่างที่เหลือ ไม่ใช่มาตัดสินแทน

สำรวจต่อในโลกการเงินของออดี้

เข้าใจวิธีคิดของโมเดลแล้ว กดเปิดหน้าตารางจัดอันดับหุ้นสด (Stock Radar) เพื่อดูคะแนนและแผนที่ราคา 2 ชั้นของจริงได้เลย

⚡ ตารางจัดอันดับหุ้นบนหน้าเว็บนี้ดึงข้อมูลตรงจากโมเดล Stock Radar และคำนวณเทียบราคาตลาดสดอัตโนมัติ